NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Sicario : Day of the Soldado (ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2)

Jul 09, 2018 / ดู 195 ครั้ง

พรมแดนเม็กซิโกเป็นแหล่งค้ายาเสพติดระดับโลกที่เต็มไปด้วยแก๊งค์ค้ายาตัวบิ๊กที่รัฐบาลสหรัฐต้องรับมืออยู่บ่อยๆ ในภาคแรกของ Sicario ซึ่งออกฉายในปี 2015 นั้น ตัวละครของเอฟบีไอสาวอย่างเคท เมเซอร์ ( ที่รับบทโดย เอมิลี่ บลั้นท์ ) ผู้ถูกซีไอเอหลอกใช้ในภารกิจเด็ดหัวแก๊งค์ค้ายารายใหญ่และทำให้เธอได้เข้าใจถึงสัจธรรมข้อหนึ่งในชีวิตเกี่ยวกับโลกที่เต็มไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจและการสำรวจคุณธรรมในใจของเธอเอง มาภาคนี้ผู้กำกับได้เปลี่ยนมือมาเป็น สเตฟาโน่ โซลลีม่า แต่ผู้เขียนบทยังเป็น เทเลอร์ เชอร์ริแดน คนเดิม ซึ่งถนัดมากกับเรื่องราวดราม่าในโทนขึงขังจริงจังเช่นนี้ ตัวละครของเคทในภาคแรกนั้นถูกตัดออกและเลือกขับเน้นสองตัวละครหลักในภาคก่อน นั่นคือ แมท เกรเวอร์ ( จอช โบรลิน ) และ อเลฮานโดร ( เบนิซิโอ เดลโทโร่ ) สองเจ้าหน้าที่คู่หูผู้มีความแค้นฝังใจส่วนตัวกับแก๊งค์ค้ายาเม็กซิโกมาก่อนแล้ว ในฉากเปิดเรื่องนั้นหนังพาผู้ชมไปพบกับเหตุก่อการร้ายในพื้นที่พรมแดนสหรัฐโดยฝีมือของมุสลิมหัวรุนแรงซึ่งอาศัยช่องทางขนยาเสพติดจากพรมแดนนี้เพื่อเดินทางเข้าสหรัฐ หนังชี้ให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ของยาเสพติดที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปโฉมไปเป็นปัญหาที่ใหญ่โตและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ( ปัญหาของการขนยาเสพติดกับปัญหาผู้อพยพถูกหลอมรวมกลมกลืนเข้ามาด้วยกันอย่างเนียนๆ ) และรัฐบาลสหรัฐก็มุ่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง มันจึงเกิดความขัดแย้งขึ้นในส่วนของกฎปฏิบัติและสิ่งที่เกิดขึ้นหน้างานจริงๆ นั่นจึงทำให้แมทและอเลฮานโดรต้องทำภารกิจนี้ด้วยการตัดสินใจที่แน่วแน่และสั่นคลอนต่อหน้าที่การงานอย่างยิ่ง
 
ในขณะที่มิติความสัมพันธ์ระหว่างแมทและอเลฮานโดรดำเนินไป หนังก็นำเสนอในส่วนของความขัดแย้งของแก๊งค์ค้ายา, การลักพาตัวลูกสาวของหัวหน้าแก๊งค์ค้ายาที่ต่อมากลายเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้หนังเดินหน้าไปสู่จุดแตกหักในตอนท้ายเรื่อง รวมทั้งเรื่องราวของ มิเกล เด็กหนุ่มที่เข้ามาในวังวนของแก็งค์ค้ายาที่จะกลายเป็นตัวละครเพื่อขยายไปสู่เรื่องราวใหม่ๆในภาคต่อไปได้


หากจะตัดสินภาพรวมของ Sicario : Day of The Soldado โดยนำไปเปรียบเทียบกับ Sicario ในปี 2015 ที่ดีงามขึ้นหิ้งแล้ว อาจจะต้องเทคะแนนให้กับภาคแรกมากกว่านิดหน่อย แต่หากแยกการชม Day of The Soldado ออกมาเป็นงานเดี่ยวๆก็ถือว่าทรงพลังในแนวทางของตัวเองได้เช่นกัน งานดนตรีประกอบและงานกำกับภาพที่เคยเป็นส่วนที่ดีงามในภาคก่อน ในภาคนี้อาจจะลดทอนความขลังลงไปบ้าง แต่หากพูดถึงในแง่ของการตรึงผู้ชมให้จดจ่ออยู่กับเรื่องราวตรงหน้าแล้ว หนังถือว่าทำได้อย่างประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน เพราะหนังมีความเร้าอารมณ์และเอาใจคอหนังแอ็คชั่นในวงกว้างมากกว่า
 
Sicario : Day of The Soldado ยังคงเสนอภาพความรุนแรงที่เป็นผลพวงของยาเสพติดได้อย่างทรงพลัง เป็นหนังที่พาผู้ชมไปพบกับพิษภัยของยาเสพติดในระดับแก๊งค์ค้ายาระดับโลก การนำเสนอที่ยังคงเน้นความสมจริงได้อย่างน่าขนลุก ( ฉากก่อการร้ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตตอนต้นเรื่องอาจจะติดตาหลายคนไปอีกนาน ) หนังใส่ความเป็นแอ็คชั่นแนวล้างแค้นได้อย่างถึงใจและใส่ความเป็นหนังหลากชีวิตแล้วมาขมวดปมเข้าสู่บทสรุปเดียวที่ทำให้ต้องนึกถึงหนังอย่าง Babel ( 2006 )
 
ทรงพลัง ดิบเถื่อน และน่าติดตามตลอดสองชั่วโมง

- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว