NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Ant-Man and The Wasp

Jul 09, 2018 / ดู 122 ครั้ง

*อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาของหนัง

ไปๆ มา ๆ งาน CG ที่ใช้เพื่อรองรับการเล่าเรื่องในหนังของมาร์เวลทั้งหมด Ant-Man ดูจะเป็นอะไรที่เข้าท่ามากที่สุด หากไม่นับว่ามันมีโทนของหนังที่ตลบอบอวลไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวและความพยายามหยอดมุกฮาตลอดทั้งเรื่องแล้ว นี่คือหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีโอกาสสร้างเรื่องเล่าที่สามารถต่อยอดอย่างน่าสนใจไปได้มากขึ้นเรื่อยๆโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยบารมีจากซุปเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นมาเป็นตัวเสริมเลย แม้ว่า Ant-Man and The Wasp จะมีประเด็นหลักที่แทบจะเป็นเรื่องพื้นๆและไม่แปลกใหม่อะไร แต่การนำเสนอนั้นถือว่าใช้ประโยชน์จากทีมนักแสดงและสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์เพื่อเล่าเรื่องได้น่าชื่นชมทีเดียว
 
หลังจากภาคที่แล้วที่เน้นเกี่ยวกับการสืบต่อภารกิจแอ๊นท์แมนโดย สก็อตต์ แลง ( พอล รัดด์ ) ที่ทำหน้าที่นี้แทนด็อกเตอร์ แฮงค์ พิม ( ไมเคิล ดักลาส ) เพื่อยับยั้งแผนร้ายที่อาจเป็นภัยต่อโลกเกี่ยวกับสูตรลับอนุภาคการย่อส่วนมุษย์ มาภาคนี้หนังจะเน้นไปที่การเดินทางทะลุมิติเพื่อตามหา "เดอะวอสพ์" หรือ เจเน็ต ( มิเชลล์ ไฟเฟอร์ ) ภรรยาแสนสวยของด็อกเตอร์พิมที่เสียชีวิตในภาคที่แล้ว หนังเล่าเรื่องในส่วนของการออกตามหาเจเน็ต โดยมีเรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวของสก็อตต์และฉากแอ็คชั่นมันส์ๆของแอ๊นท์แมนสก็อตต์และเดอะวอสพ์รุ่นลูกอย่าง โฮป ( อีวานเจอลีน ลิลลี่ ) ที่ร่วมมือกันหยุดยั้งแผนร้ายในครั้งนี้ควบคู่ไปด้วย การดำเนินเรื่องของหนังนั้นไม่ได้ใช้เทคนิคหวือหวาหรือยิงมุกฮาเกลื่อนกลาดในแบบที่เราพบบ่อยๆในหนังของมาร์เวล แต่มาในระดับพอดีๆแล้วเน้นการเล่าเรื่องในสโคปที่ไม่ใหญ่มาก จึงทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับตัวละครตรงหน้าได้ไม่ยาก


การโดดเข้ามารับหน้าที่ผู้เขียนบทร่วมของ พอล รัดด์ ( รวมถึงภาคที่แล้ว ) ทำให้เขาสามารถดึงความเป็นตัวเองออกมาได้อย่างกลมกลืน แม้ว่าภาคนี้เขาจะต้องแชร์บทให้กับ “The Wasp”ของอีวานเจอลีน แต่บทของทั้งคู่ก็สามารถเดินไปด้วยกันได้ในแบบที่ไม่มีใครแย่งซีนใคร นอกจากนี้มิติของตัวร้ายในเรื่องก็มาเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองคับแค้นจากการถูกกระทำและก็มีเหตุผลรองรับที่คนดูยอมรับได้ ไมเคิล ดักลาส และ มิเชลล์ ไฟเฟอร์ แม้จะไม่มีโอกาสไดแสดงศักยภาพของนักแสดงขายฝีมือได้อย่างเต็มที่นัก แต่บทของทั้งคู่ก็คือเรื่องราวของสองตัวละครหลักที่ทำให้เกิดหนังซุปเปอร์ฮีโร่ชุดนี้ขึ้นมา
 
Ant-Man and The Wasp เดินเรื่องค่อนข้างเป็นสูตรสำเร็จ แต่บทภาพยนตร์ของหนังก็ไม่ถึงกับทำให้ผู้ชมรู้สึกเลี่ยนไปกับความจำเจของเรื่องที่เล่ามากนัก งานCGคือส่วนที่โดดเด่นของหนัง ที่สามารถเล่นกับงานด้านภาพไปได้อย่างลื่นไหล แฟนหนังอาจจะเห็นว่ามันเป็นเพียงหนังเล็กๆเพื่อคั่นเวลาก่อนการมาถึงของโปรเจ็คต์ยักษ์อื่นๆของมาร์เวล แต่ก็เหมือนกับชื่อหนัง เพราะนี่คือไอ้มนุษย์มดที่มีดีเกินกว่าที่เราคาดหมายไว้จริงๆ
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว