NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : น้อง.พี่.ที่รัก

May 11, 2018 / ดู 476 ครั้ง

การหลีกเลี่ยงให้หนัง GDH ถูกมองเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากความรู้สึกที่ว่า “หนัง GDH ก็จะมาสไตล์นี้แหละ” นั้นทำได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะหนังตลก หนังรัก หรือหนังผี เราจะเห็นเครื่องหมายการค้าในความเป็น GDH อยู่ในแทบจะทุกเรื่อง ดังนั้นในระยะหลังๆเราจึงเห็นความพยายามของทีมงานจากค่ายนี้ที่ต้องการจะมีหนังในเครดิตของตัวเองที่ฉีกแนวออกไปบ้าง ( ในที่นี้หมายรวมถึงหนังเก่าๆสมัยยังเป็น GTH ด้วยนะ ) ดังจะเห็นได้จาก ฉลาดเกมส์ โกง และ ฟรีแลนซ์ ในปีสองปีที่ผ่านมา ที่มีความพยายามนำเสนอประเด็นและรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างออกไป ไม่จำกัดอยู่แต่ในกรอบเดิมๆ
 
วิทยา ทองอยู่ยง อาจจะเป็น “ หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน” เพียงคนเดียวที่ถูกผลกระทบจากความร้อนแรงทางการเมืองในปี 2553 ในตอนที่หนังของเขาเรื่อง ”ตลกไว้ก่อนพ่อสอนไว้” ออกฉาย ซึ่งรายได้รวมที่อยู่ในระดับแค่40กว่าล้านนั้นมันสวนทางกับคุณภาพของหนังอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็นหนังดีอีกเรื่องที่เข้าโรงฉายในเวลาที่ไม่เป็นใจ
 
แต่หนังใหม่ในปีนี้อย่าง “น้องพี่ที่รัก” ซึ่งวางโปรแกรมต่อจาก Avengers : Infinity War ไล่หลังมาเพียงแค่สองอาทิตย์ แม้จะสุ่มเสี่ยงต่อการที่กระแสหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องดังจะยังไม่จางหาย แต่เมื่อพิจารณาจากคุณภาพของหนังเมื่อได้ชมจบแล้ว หนังไม่น่าจะมีปัญหาใดๆในการก้าวข้ามหลักร้อยล้านในเวลาอันรวดเร็ว อย่างแรกคือ แฟนๆของค่ายนี้ได้ห่างหายจากบรรยากาศของหนังในโทนอบอุ่นและเล่าถึงประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัวมานานพอสมควรแล้ว ( เนื่องจากปริมาณการสร้างต่อปีนั้นลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย ) 2.นี่คือการรับบทในหนังจอใหญ่ครั้งแรกของ ญาญ่า อุรัสยา ที่สามารถลบภาพนางเอกละครหลังข่าวออกไปได้อย่างหมดจด บวกกับการแสดงที่เป็นธรรมชาติสุดๆ ( ยิ่งซีนที่ไร้เมคอัพยิ่งดูดี ) 3. ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กับพลังความฮาในแบบที่คุ้นเคย ( ซึ่งคงไม่มีใครมารับบทนี้ได้ดีเท่าเขาอีกแล้ว ) แต่ก็มีมุมดราม่าที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์ได้ และเหตุผลสุดท้ายที่จะทำให้ผู้ชมหลงรักและเก็บมันไว้อยู่ในลิสต์หนังโปรดในดวงใจก็คือ ในช่วงครึ่งหลังที่ตอกย้ำความรู้สึกของตัวละครพี่น้องที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่วัยเด็กซึ่งนำมาต่อยอดเล่าในประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างลึกซึ้งกินใจ
 
และแม้ว่าในปีนี้ “น้องพี่ที่รัก” จะอุดมไปด้วยความเป็น GDH ที่ผู้ชมคุ้นเคยมากเพียงใด ไอเดียแจ่มๆในส่วนของรายละเอียดนั้นก็ยังทำให้เรารู้สึกประทับใจอยู่เช่นเคย และแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมันได้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความพยายามที่จะทำให้ภาพรวมของหนังออกมาสมบูรณ์ที่สุด ( อยากเห็น วิทยา ทองอยู่ยง ทำหนังดราม่าแรงๆสักเรื่อง รู้สึกว่าเขามาฟีลนี้แล้วเวิร์คมาก )
 
การที่หนังได้นำเอาประเด็นที่แสนจะเรียบง่ายของความเป็นพี่-น้องมาเล่าในแบบ”ครึ่งแรกฮาลั่น-ครึ่งหลังซึ้งน้ำตาแตก” ตามแบบฉบับที่เราคาดเดาได้ไม่ยากนั้น มันก็มีความพิเศษที่ต่างออกไปจากเรื่องอื่นๆอยู่บ้างตรงที่ มุมดราม่าในช่วงครึ่งหลังนั้น หนังได้ตอกย้ำความรู้สึกของตัวละครพี่น้องที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่วัยเด็กจนมาถึงช่วงท้ายที่ทุกอย่างถูกนำไปสู่จุดที่ผู้ชมไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้เลย และถือว่าประสบความสำเร็จในการวางจังหวะเพื่อเรียกน้ำตาคนดูอย่างได้ผล ( แม้ว่าในครึ่งแรกจังหวะในการวางมุกตลกจะมีกระท่อนกระแท่นไปบ้าง แต่ไม่มาก และส่วนใหญ่เวิร์ค ) การแสดงของนักแสดงนำทั้งสามถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าจดจำ ซันนี-ญาญ่า คือเคมีคู่ใหม่ที่ลงตัว เป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือสุดๆ นิชคุณ มีความเนียนไปกับบทลูกครึ่งญี่ปุ่นและมีพัฒนาการทางการแสดงที่ก้าวกระโดดกว่าตอนเล่นรัก “7 ปีดี7หน” ให้GTHเมื่อ 6 ปีที่แล้วมาก
 
บทภาพยนตร์ของ “น้องพี่ที่รัก” ฉลาดพอที่จะกลบจุดด้อยในส่วนที่ไม่สามารถอธิบายทุกอย่างให้หมดได้ภายในเวลา2ชั่วโมงด้วยการคลี่คลายให้หายสงสัยในฉากต่อมาทันที และหนังก็ไม่รอช้าที่จะเดินหน้าไปยังส่วนสำคัญอื่นๆ นอกจากนี้พล็อตรองในส่วนของ ญาญ่าและนิชคุณ ก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้งจนไร้ความสำคัญ แต่กลับทำให้พล็อตหลักที่เล่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่พี่น้องนั้นดูน่าติดตามมากขึ้นอีกด้วย
 
"น้องพี่ที่รัก" คือหนังพล็อตสูตรสำเร็จในสไตล์ GDH ที่มีดีมากกว่าที่คิด และผู้ชมก็ยังสัมผัสถึงพลังของความสร้างสรรค์ได้เช่นเคย
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว