NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Avengers : Infinity War (มหาสงครามล้างจักรวาล)

May 03, 2018 / ดู 470 ครั้ง

ความหวังครั้งใหญ่ของมาร์เวลสตูดิโอสำหรับการครองแชมป์อันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลบนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศทั้งในอเมริกาและจากตลาดทั่วโลกคงไม่มีเดิมพันครั้งไหนสูงเท่าครั้งนี้อีกแล้ว การรวมตัวในระดับปรากฏการณ์ของเหล่าตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวลได้เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน Avengers : Infinity War ได้ทำให้แฟนหนังของมาร์เวลและผู้ที่สนใจเกี่ยวกับรายรับของแฟรนไชส์เรื่องนี้ต่างก็เฝ้ารอผลลัพธ์ด้านรายได้อย่างลุ้นระทึก หากแต่ว่าก็ยังไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่หนังที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งจะสามารถอาศัยเพียงแค่ความแรงของกระแสเพื่อยืนหยัดให้ตัวเองเดินหน้าไปยังปลายทางได้อย่างเต็มภาคภูมิโดยไม่อาศัยคำว่า”คุณภาพ”มาเป็นปัจจัยเสริม ในกรณีของ Infinity War มันมีส่วนผสมของความน่าตื่นตาของงาน CG ที่จัดเต็มที่สุดในบรรดาหนังมาร์เวลทั้งหมดและมันก็มีบทสรุปอันน่าทึ่งที่แฟนเดนตายทั้งหลายตั้งตารอคอยมานานนับ10ปี (สิ่งที่หนังมาร์เวลพยายามทิ้งปริศนาต่างๆเพื่อเป็นจิ๊กซอว์ให้แฟนเดนตายได้นำมาปะติดปะต่อและคาดเดาอย่างสนุกสนานก็ได้รับการเปิดเผยอย่างน่าพอใจในโปรเจ็คต์นี้ ) แต่แม้มันจะเป็นผลงานที่ทุกคนรอคอยมากแค่ไหน ปัญหาของ Infinity War ก็มีไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะบทภาพยนตร์ที่ยังขาดความลุ่มลึกของตัวละคร ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่น่าเห็นใจไม่น้อยเนื่องจากมันต้องแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดของตัวละครสำคัญๆที่มีไม่น้อยกว่า20คาแร็คเตอร์ในเวลาอันจำกัดมากๆ หนังอาจจะทำให้ผู้ชมที่คาดหวังมากกว่านี้เดินออกจากโรงด้วยอารมณ์ที่ยังไม่อิ่มและเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ยังขาดหายไป ซึ่งหากมองกันจริงๆแล้ว Avengers : Infinity War ก็เป็นเหมือนการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 10 ปีของมาร์เวลมากกว่าที่จะรู้สึกว่านี่คือการมาดู”มหาสงครามล้างจักรวาล”อย่างที่ตั้งความหวังไว้ตั้งแต่แรก
 
อย่างไรก็ตาม หากวัดกันที่ความทะเยอทะยานในการเข็นโปรเจ็คต์นี้ให้สำเร็จ ถือว่าผู้กำกับพี่น้องรุสโซ่สอบผ่านฉลุยสำหรับโปรเจ็คต์ที่ทั่วโลกตั้งตารอคอยชิ้นนี้ หนังใช้เทคนิคในการแบ่งส่วนของการเล่าเรื่องของกลุ่มซุปเปอร์ฮีโร่ที่กระจัดกระจายให้มาอยู่ในเรื่องเดียวกันได้ค่อนข้างน่าพอใจ ( ความดีงามที่เข้าขั้นคลาสสิคของเทคนิคการเล่าเรื่องแบบนี้เราเคยมีตัวอย่างที่ทำได้ผลมาแล้วในสงครามแหวนชิงพิภพของผู้กำกับปีเตอร์ แจ็คสัน ) ซึ่งผู้รับผิดชอบในส่วนของการตัดต่อลำดับภาพและในส่วนของบทภาพยนตร์นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมองภาพรวมขนาดใหญ่ให้ขาดว่าต้องการนำเสนออะไร และพี่น้องรุสโซ่ก็มองเห็นภาพเหล่านั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จากนั้นจึงแจกแจงทุกอย่างออกมาในเวลาสองชั่วโมงครึ่งซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับจำนวนตัวละครที่มหาศาลขนาดนี้ รวมทั้งการเชื่อมโยงสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับภารกิจของเหล่าอเวนเจอร์ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ มุขตลกในสไตล์ของมาร์เวลถูกลดทอนลงและเพิ่มฉากดราม่าสะเทือนใจเข้ามาอย่างเนียนๆ ตัวละครธานอสที่หลายคนรอคอยก็ถูกนำเสนอได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะประเด็นของความคิดคำนึงภายในใจและปณิธานอันแรงกล้าของเขาที่เป็นชนวนให้เกิดมหาสงครามครั้งนี้ นับเป็นตัวร้ายเพียงไม่กี่ตัวในจักรวาลมาร์เวลที่ทำออกมาดูมีเลือดเนื้อจิตใจและมีความต้องการที่ผู้ชมแอบเทใจให้ไม่น้อยไปกว่าเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ในเรื่องเลยทีเดียว
 
บทภาพยนตร์ของ Avengers : Infinity War นั้นพยายามหลีกเลี่ยงความซับซ้อนเพื่อเปิดทางให้การเล่าเรื่องในส่วนต่างๆดำเนินไปอย่างน่าติดตามมากที่สุด โดยธีมหลักของหนังนั้นมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ธานอสผู้ต้องการกำจัดมนุษย์ออกไปครึ่งหนึ่งเพื่อรักษาสมดุลแห่งจักรวาล ความตั้งใจของธานอสทำให้เกิดดราม่าตามมามากมายโดยเฉพาะความสัมพันธ์ของเขากับกาโมร่าซึ่งเป็นหนึ่งในทีมการ์เดี้ยนที่ถูกธานอสชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ส่วนอื่นๆนอกเหนือจากนั้น รูปแบบการนำเสนอไม่หนีไปจากความเป็นหนังมาร์เวลสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระตุ้นต่อมความอยากรู้ของคนดูมากที่สุดก็คงจะเป็นบทสรุปในตอนท้ายเรื่องที่หลายคนยังสงสัยว่าทีมงานจะนำไอเดียอะไรมานำเสนอต่อจากนี้ใน Infinity War ภาคหน้า ( หรืออาจจะใช้ชื่ออื่นแทนเพื่อโอกาสในการสร้างเส้นเรื่องใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์ผู้ชม )
 
ชะตากรรมของเหล่าอเวนเจอร์ต่อจากนี้ คงต้องฝากความหวังไว้กับทีมผู้เขียนบทและผู้กำกับพี่น้องรุสโซ่ว่าจะงัดอะไรออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมได้อีก ซึ่งหากวิเคราะห์จากตอนจบของ Avengers ในภาคนี้ เป็นไปได้สูงว่าภาคหน้าเราจะมีโอกาสได้เห็นความลุ่มลึกและมิติที่ซับซ้อนมากขึ้นของตัวละคร โดยเฉพาะธานอสผู้ครอบครองอินฟินิตี้สโตนและมีพลังมหาศาลแค่เพียงปลายนิ้วสั่งการ จะกลับมาพบกับผู้ชมอีกแน่นอน แต่จะต่อกรกับซุปเปอร์ฮีโร่ตัวไหนและบทสรุปจะเป็นอย่างไรนั้น ปีหน้าคงได้รู้กัน!
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว