NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Please Stand By (เนิร์ดแล้วไง มีหัวใจนะเว้ย)

Apr 24, 2018 / ดู 135 ครั้ง

 
ความจริงแล้วอดีตนักแสดงเด็กอย่าง ดาโกต้า แฟนนิ่ง ก็ไม่ได้หายหน้าหายตาจากวงการไปไหน เธอมีผลงานให้เราได้ชมกันอย่างสม่ำเสมอ แต่น่าแปลกที่หลังจากผลงานแจ้งเกิดอย่าง I am Sam เมื่อ 17 ปีที่แล้ว หนังของเธอก็ไม่ค่อยมีเรื่องไหนเปรี้ยงปร้างน่าจดจำอีกเลย ( อาจจะมี War of The Worlds ของสปีลเบิร์กที่พอจะถูกพูดถึงอยู่บ้าง ) แต่กลายเป็นว่า แอล แฟนนิ่ง น้องสาวของเธอต่างหากที่ระยะหลังๆมีผลงานที่โดดเด่นติดๆกันหลายเรื่องและมักจะได้ร่วมงานกับนักแสดงและผู้กำกับเก่งๆอยู่อย่างต่อเนื่อง
 
ดาโกต้า แฟนนิ่ง กับผลงานเรื่องใหม่ Please Stand By เธอรับบทเป็นเด็กสาวออทิสติกที่มีฝันและพยายามไขว่คว้าโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตเพื่อพิสูจน์ตัวเอง บทนี้แม้ว่าเมื่ออิงจากลักษณะความเป็นจริงของเด็กออทิสติกแล้ว เธออาจจะไม่สามารถเรียกคะแนนจากคนดูได้เต็มร้อย แต่อย่างน้อยบทเวนดี้ของเธอก็ช่วยให้ผู้ชมที่รู้สึกทดท้อในชีวิตหรือหมดโอกาสจากปัจจัยแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินตามความฝันที่วาดไว้ หรือแม้แต่การไม่กล้าที่จะก้าวข้ามความกลัวในจิตใจ ได้มีพลังใจจากการชมหนังเรื่องนี้และมีส่วนเติมเต็มชีวิตให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
 
Please Stand By เป็นเรื่องของ เวนดี้ ( ดาโกต้า แฟนนิ่ง ) เด็กสาวออทิสติกที่ถูกพี่สาวนำมาฝากไว้กับสถานบำบัดแห่งหนึ่งโดยมี สก๊อตตี้ ( โทนี่ คอลเล็ตต์ ) ผู้ดูแลใจดีที่เป็นเสมือนแม่คนที่สองของเด็กๆ เวนดี้กำลังง่วนอยู่กับการเขียนบทหนังเรื่อง Star Trek เพื่อส่งประกวดในโครงการประกวดเขียนบทหนังStar Strek เงินรางวัลสูงลิ่วที่จัดขึ้นโดยพาราเม้าท์พิคเจอร์ เวนดี้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังชุดนี้และก็มีพรสวรรค์ในการเขียนขั้นเทพ แต่แล้วก็มีเหตุให้เธอไม่สามารถส่งต้นฉบับทางไปรษณีย์ได้ทัน เธอจึงตัดสินใจเดินทางข้ามเมืองเพียงลำพังโดยมีจุดมายคือพาราเม้าท์พิคเจอร์ สถานที่ๆจะเป็นโอกาสสำคัญที่เธอจะได้พิสูจน์ตัวเอง การผจญภัยของเด็กสาวออทิสติกในโลกกว้างจึงเริ่มขึ้น
 
Please Stand By มีภาพรวมที่เป็นหนังเพื่อเสริมสร้างกำลังใจใสๆที่ไร้พิษภัย บทภาพยนตร์สามารถประคับประคองให้อยู่ในประเด็นที่หนังต้องการสื่อได้ตรงจุด เพียงแต่ผู้ชมอาจจะรู้สึกว่า อุปสรรคที่ตัวละครต้องเจอนั้นมันคลี่คลายได้ง่ายดายไปนิด ซึ่งหนังสามารถสร้างจุดพลิกผันของสถานการณ์ให้ยากขึ้นกว่านี้ได้อีก บทสรุปของหนังจึงค่อนข้างเบาบางและอาจจะไม่ส่งผลต่อจิตใจคนดูได้มากเท่าที่หวัง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หนังมอบให้กับผู้ชมก็คือข้อคิดดีๆเกี่ยวกับเรื่องของโอกาส ความหวังและความกล้าในการก้าวข้ามความกลัว บทภาพยนตร์มีการเปรียบเปรยตัวละครกัปตันสป๊อกใน Star Trek ที่มีอารมณ์แปรปรวนๆขึ้นๆลงๆซึ่งคล้ายกับตัวละครของเวนดี้ในฉากจินตนาการของเธอได้อย่างสร้างสรรค์ และทำให้เรื่องราวผจญภัยอันสุดแสนเรียบง่ายนี้ดูมีความพิเศษขึ้นมาได้
 
ผู้กำกับ เบน เลอวิน ยังคงนำตัวละครที่ไม่สมประกอบมาเป็นตัวแทนของมนุษย์ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ( หนังก่อนหน้านี้ The Sessions ที่จอห์น ฮอว์คแสดงเป็นผู้ป่วยที่พิการทั้งตัว คือหนึ่งในการแสดงที่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2012 ) เวลา1ชั่วโมงครึ่งของหนังทำให้ผู้ชมอยากเอาใจช่วยเด็กสาวออทิสติกเพื่อให้เธอได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจได้สำเร็จ และจุดหมายปลางทางนั้นก็ไม่สำคัญเท่าประสบการณ์ทั้งดีและร้ายที่พบเจอระหว่างทางเลย
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว