NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Maze Runner: The Death Cure (เมซ รันเนอร์ ไข้มรณะ)

Jan 30, 2018 / ดู 133 ครั้ง

ความจริงหนังปิดไตรภาคมันควรจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอย อะไรๆที่ผู้ชมเฝ้าติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกก็ควรจะต้องถูกคลี่คลายให้หมดไป แต่กับ The Death Cure ภาคสุดท้ายของ Maze Runner มันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในสิ่งที่คนดูคาดหวังทั้งหมด ทุกอย่างในหนังมันเต็มไปด้วยฉากที่ขับเคลื่อนอยู่กับที่ วนลูปไปมายืดเยื้อน่าหงุดหงิดและมีคำถามในใจที่ยังค้างๆคาๆ มันคือหนังภาคต่อปิดไตรภาคที่ยาวเกินจำเป็น ( เกือบสองชั่วโมงครึ่ง ! ) และคิดว่าหากบางทีหนังถูกย่นย่อให้กระชับลงเหลือแค่2 ชั่วโมง ภาพโดยรวมของหนังอาจจะดูดีกว่านี้ก็ได้ 
 
Maze Runner ภาคสุดท้ายนี้เล่าต่อจากภาคที่แล้ว จากบททดสอบกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง ภาคนี้กลุ่มของโธมัสต้องนำตัวมินโฮกลับมาจากการพยายามนำเขาไปทดลองขององค์กรวิคเค็ด ซึ่งพวกเขาต้องไปตามหาในเมืองหลังกำแพงยักษ์ที่อันตรายที่สุดทและต้องพบกับเรื่องราวสุดระทึก, มิตรภาพใหม่และการสูญเสีย 
 
ในช่วงแรกของหนังนั้นเปิดเรื่องได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจกับฉากไล่ล่าขบวนรถไฟเพื่อชิงตัวมินโฮ หนังเปิดเรื่องมาได้อย่างน่าลุ้น แต่เมื่อเข้าสู่ศูนย์กลางของเรื่องจริงๆ หนังกลับอ่อนแรงลงเรื่อยๆและนำไปสู่ฉากแอ็คชั่นที่ย่ำอยู่กับที่อันแสนน่าเบื่อหน่ายและชวนง่วง สุดท้ายสิ่งที่คนดูได้รับก็คือความบันเทิงแค่ในระดับกลางๆที่ผู้ชมพร้อมจะลืมทันทีเมื่อเดินออกจากโรง
 
เทคนิคพิเศษด้านภาพของ The Death Cure นั้นอยู่ในระดับที่น่าตื่นตาตื่นใจพอสมควร แต่ดูเหมืิอนว่าหนังยังไม่สามารถใช้บทภาพยนตร์และการเล่าเรื่องมาเสริมจุดเด่นตรงนี้ได้ ทำให้หลายๆช่วงของหนังมีความยืดเยื้อเกินจำเป็น ตัวละครบางตัวมีความต้องการที่คลุมเครือไม่ชัดเจน ตัวละครที่ควรขับเน้นให้โดดเด่นก็ไม่ฉายแววเท่าที่ควร 
 
Maze Runner จบไตรภาคลงแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่เรื่องราวก่อนหน้าเกี่ยวกับจุดแตกหักของโธมัสกับองค์กรวิคเค็ดนั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และแฟนหนังสือทั่วโลกก็คงตั้งตารอชมเรื่องราวเหล่านี้อย่างมีความหวัง 
 
เราจึงหวังว่าหากจะมีการสร้างกันจริงๆ Maze Runner อาจจะต้องลองเปลี่ยนทีมงานที่มีคุณภาพและสร้างความสดใหม่ให้ได้มากกว่านี้
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว