ไปดูมาแล้ว : The Commuter (นรกใช้มาเกิด) | Virgin Star FM
NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : The Commuter (นรกใช้มาเกิด)

Jan 23, 2018 / ดู 666 ครั้ง

ใครที่ติดตามผลงานของ เลียม นีสัน อย่างสม่ำเสมอจะเห็นว่าในช่วงหลังๆเขามักจะรับบทเดิมๆกับพล็อตเรื่องที่ไม่ค่อยฉีกแนวไปไหนไกลนัก บทของนีสันก็มักจะวนเวียนอยู่กับการเป็นตัวละครที่ตกอยู่ในสถานการณ์กดดันภายใต้สถานที่จำกัด ต้องปฎิบัติภารกิจที่มีเงื่อนเวลามากำหนดชะตา และมีคนในครอบครัวที่ตกเป็นตัวประกัน บทของนีสันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จและกลายเป็นเครื่องหมายทางการค้าสำหรับตัวเขาไปแล้ว ในวัย 65 อย่างนี้ การที่ยังได้เป็นพระเอกหนังแอ็คชั่นนำเดี่ยวก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวหากจะเปรียบเทียบกับนักแสดงรุ่นเดียวกันกับเขา การมาถึงของ The Commuter หลายคนอาจจะมองมันเป็นเพียงหนังแอ็คชั่นที่ดูเอามันส์เพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น แต่เมื่อได้ลองพิสูจน์กันจริงๆ หนังมีอะไรมากกว่านั้น The Commuter มีบทภาพยนตร์ที่ไม่เลวเลยสำหรับการนำเอาความเป็นดราม่ามาบวกกับแอ็คชั่น มันเริ่มต้นขึ้นจากการแนะนำตัวละครของนีสันที่รับบทเป็น ไมเคิล แม็คคัลเลย์ หนุ่มขายประกันที่ชีวิตกำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณเต็มที ชีวิตประจำวันเดิมๆอันน่าเบื่อหน่ายของไมเคิลกำลังจะถูกทดสอบครั้งใหญ่เมื่อจู่ๆเขาก็ถูกไล่ออกจากงาน และบนรถไฟขบวนเดิมที่เขาใช้กลับบ้านทุกวันนั้นเขาได้พบกับหญิงปริศนาคนหนึ่งที่เสนอเงินก้อนโตให้เขา ( ในวันที่เขาจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อปากท้องของครอบครัว ) เพียงแค่เขาต้องตามหาผู้โดยสารคนหนึ่งพร้อมกระเป๋าใบหนึ่งให้เจอก่อนที่รถไฟจะวิ่งเข้าสู่สถานีปลายทาง ซึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้เขาต้องเดิมพันด้วยชีวิตของคนในครอบครัว !
 
หนังใช้ประโยชน์จากวลีสั้นๆของหญิงลึกลับที่ชื่อ โจแอนนา ( เวร่า ฟาร์มีก้า ) ว่า “หากคุณต้องทำเรื่องเล็กน้อยที่ง่ายดายมากๆแลกกับเงินก้อนโต แต่ต้องกระทบกับชีวิตของคนหนึ่งคน คุณจะเลือกทำมันหรือไม่?” มาต่อยอดความสนุกของหนัง ซึ่งในช่วงแรกหนังอัดแน่นไปด้วยความเป็นดราม่าระทึกขวัญชวนสงสัยที่ไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นมากมายนักแต่บทภาพยนตร์ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกลุ้นและอยากติดตามว่าจริงๆแล้วเงื่อนไขที่หนังวางไว้มันคืออะไรและหนังจะพาเราไปเจอกับอะไรในตอนท้าย ซึ่งหลังจากครึ่งแรกผ่านไป หนังจึงเริ่มอัดฉากแอ็คชั่นเข้ามาเรื่อยๆจนมาสู่การเฉลยเรื่องราวทั้งหมด
 
ผู้กำกับ โจเมอร์ คอลเลท เซอร่า ( The Shallows, Non-Stop ) ควบคุมความต่อเนื่องของอารมณ์โดยรวมของหนังได้ดีในระดับหนึ่ง เขาค่อยๆไต่ระดับความตื่นเต้นจากตัวละครหลักที่เป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่เมื่อต้องมาเจอกับสถานการณ์สุดกดดันแล้วจะหาทาออกให้กับตัวเองอย่างไร นีสันคือจุดศูนย์กลางของเรื่องที่เล่นได้ตามมาตรฐานหนังแอ็คชั่นที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำให้ภาพรวมของหนังดูแย่จากการรับบทเดิมๆที่เขาถนัดแต่อย่างใด ส่วนนักแสดงคนอื่นๆอย่างอย่าง เวร่า ฟาร์มีก้า และ แพทริค วิลสัน ( คู่ขวัญจาก The Conjuring ) รวมทั้งแซม นีล และนักแสดงที่เป็นตัวละครสมทบที่ต้องร่วมหัวจมท้ายกันในรถไฟขบวนนั้นต่างก็มอบสีสันให้กับหนังได้น่าชื่นชมทุกคน
 
โดยภาพรวมแล้ว The Commuter ใส่ความระทึกขวัญออกมาได้น่าติดตามและใช้ประโยชน์จากการลำดับเรื่องราวและเทคนิคการนำเสนอที่ไม่จำเจ ทำให้หนังรอดพ้นจากการเป็นหนังแอ็คชั่นราคาถูกที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆได้ แม้ว่าเหตุและผลหลายอย่างของหนังจะทำให้คนดูเกิดคำถามขึ้นมาหลายครั้งขณะนั่งชม แต่มันก็พาเราไปสู่ความบันเทิงได้โดยไม่รู้สึกเสียเวลา
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว