NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Goodbye Christopher Robin (แด่ คริสโตเฟอร์ โรบิน ตำนานวินนี เดอะ พูห์)

Jan 11, 2018 / ดู 597 ครั้ง

หลายครั้งที่เราได้สัมผัสชีวิตจริงของศิลปินหรือนักเขียนดังๆระดับโลกผ่านผลงานของพวกเขา เราก็มักจะเสพแค่ผลงานและอาจจะได้เคยอยากลองค้นหาประวัติชีวิตของพวกเขาดูบ้าง แต่หากเรามองเข้าไปในรายละเอียดชีวิตของคนดังระดับตำนานเหล่านี้ เราจะพบว่าชีวิตและความสำเร็จของพวกเขาส่วนใหญ่นั้นได้มาไม่ง่ายเลย ชีวิตส่วนตัวของพวกเขานั้นเปราะบางและซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้เฝ้ามองอยู่ห่างๆอย่างเราจะเข้าใจได้ ความสำเร็จของบางคนต้องแลกมากับการสูญเสียจิตวิญญาณของความเป็นตัวเองไปเกือบทั้งชีวิต อย่างเช่นชีวิตจริงของ เอเอ มิลน์ ( ดอมนาล กลีสัน ) ผู้สร้างสรรค์หนังสือที่เป็นที่รักของเด็กทั้งโลกอย่าง “วินนี่เดอะพูห์” ที่ถูกนำมาขึ้นจอเรื่องล่าสุดในชื่อ Goodbye Christopher Robin โดยผู้กำกับ ไซมอน เคอร์ติส ( My Week With Marilyn และ Woman in Gold ) ก็เป็นเจ้าของชีวิตที่สุดแสนรันทดใจอยู่ไม่น้อย มิลน์คือนักเขียนชื่อดังของอังกฤษที่เพิ่งกลับมาจากการร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 เขายังคงฝันร้ายกับภาพในสงครามที่ตามหลอกหลอนเขาเสมอมา แต่แล้วลูกชายของเขานั่นเองที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เขากลับมามีพลังเขียนหนังสือได้อีกครั้ง หนังสือ “Winnie-the-Pooh” ที่มีลูกชายเป็นแรงบันดาลใจนั้นโด่งดังไปทั่วโลก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาและลูกกลับต้องเจอกับแรงกดดันรอบด้านและมันค่อยๆกลืนกินความทรงจำดีๆของพวกเขาจนทำให้อยากจะลบภาพความสำเร็จทั้งหมดทิ้งไปและกลับมาใช้ชีวิตธรรมดาอีกครั้งเหมือนวันวาน
 
ในช่วงครึ่งแรกของ Goodbye Christopher Robin หนังจะดำเนินเรื่องด้วยการแนะนำตัวละครของ เอเอ มิลน์ ในบริบทที่ค่อนข้างจะสับสนอยู่บ้างว่ากำลังจะพาผู้ชมไปพบกับอะไร แต่ไม่นานนักเมื่อหนังเริ่มเข้าสู่สิ่งที่ต้องการเล่าจริงๆ ก็ทำให้ผู้ชมอินไปกับเรื่องราวความสัมพันธ์อันน่าประทับใจของสองพ่อลูกได้ไม่ยาก การแสดงของ กลีสันในบทเอเอมิลน์นั้น แม้จะถูกขโมยความเด่นไปจากนักแสดงเด็กในบทของ คริสโตเฟอร์ โรบิน ลูกชายของเขาที่เป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง ซึ่งรับบทได้อย่างน่ารักน่าชังโดย วิล ทิลสตัน ( และรับบทตอนโตขึ้นอีกนิดหน่อยโดย อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ ) แต่กลีสันก็สามารถประคับประคองบทของเขาได้จนจบตั้งแต่วัยหนุ่มจนแก่ แม้ว่าบทของเขาจะไม่ค่อยโดดเด่นเท่าที่ควร ( ซึ่งปัญหาคงจะมาจากบทที่ต้องการแจกแจงรายละเอียดทางอารมณ์ที่มุ่งหวังให้ดูซับซ้อนจนเกินไป ) ซึ่งตรงกันข้ามกับมิติความสัมพันธ์ของเด็กน้อยคริสโตเฟอร์กับพี่เลี้ยง นู ( เคลลี่ แมคโดนัลด์ ) ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจและน่าจดจำมากกว่า ส่วนมาร์โก้ รอบบี้ ในบทภรรยานั้นก็เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่ไม่ค่อยชัดเจนในความต้องการของตัวเอง ทำให้เราไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเธอต้องการอะไรกันแน่
 
แม้ผลลัพธ์โดยรวมของ Goodbye Christopher Robin จะยังไม่ใช่ที่สุดของความประทับใจในแบบหนังชีวประวัติสร้างแรงบันดาลใจ แต่มันก็คือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจมากๆเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับสิ่งที่”เป็นตัวเอง”กับ”ความคาดหวังของสังคม”ที่บางครั้งมนุษย์ก็ต้องหาจุดที่พอดีกับชีวิตให้ได้
 
“A person should do the things the person loves, with the people a person loves. Because you never know what happens next."
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว