NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : The Killing of a Sacred Deer (เจ็บแทนได้ไหม)

Dec 15, 2017 / ดู 105 ครั้ง

ผู้กำกับชาวกรีซ ยอร์กอส แลนติมอส สร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเป็นครั้งแรกจากหนังเข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศเรื่อง Dogtooth ( 2009 ) ความสำเร็จในครั้งนั้นได้เปิดทางให้เขาได้ร่วมงานกับนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง โคลิน ฟาร์เรล และราเชล ไวส์ ใน The Lobster เมื่อปีที่แล้ว และด้วยเนื้อเรื่องที่โดดเด่นแหวกแนวไม่เหมือนใครทำให้ The Lobster ไปไกลถึงขั้นเข้าชิงออสการ์ในสาขาบทภาพยนตร์และยังชนะรางวัลสำคัญในเทศกาลหนังเมืองคานส์อีกด้วย เขาจึงไม่รอช้าที่จะเข็นผลงานสุดเหวออีกเรื่องออกฉายในปีนี้ The Killing of a Sacred Deer ( จะเห็นว่าชื่อหนังของเขาทั้งสามเรื่องจะมีชื่อสัตว์เป็นสัญลักษณ์ แต่ในหนังไม่ได้กล่าวถึงสัตว์เหล่านั้นเลย ) มันคือชื่อเรื่องที่นำมาจากตำนานกรีกโบราณเรื่อง Iphigenia in Aulis ที่ว่าด้วยการสังเวยลูกของตัวเองเพื่อชัยชนะในสงคราม ผู้กำกับยอร์กอสนำเพียงแค่ธีมหลักของเรื่องมาดัดแปลงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน และบทภาพยนตร์ของเขาก็ไปไกลกว่านั้นมาก เพราะมันเต็มไปด้วยตัวละครที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาด น่าหวาดหวั่น คาดเดายาก และเมื่อหนังจบ คุณจะต้องเดินออกจากโรงด้วยคำถามมากมายที่ค้างคาใจไปอีกหลายวัน!!
 
ในช่วงแรกของหนัง ผู้ชมจะได้รู้จักกับสองตัวละครต่างวัย คนหนึ่งคือคุณหมอสตีเว่น ( โคลิน ฟาร์เรล ) ศัลยแพทย์หัวใจที่มีครอบครัวอันอบอุ่น แต่ดูเหมือนเขากำลังมีความผิดบาปในใจที่รอการสะสางอยู่ และเด็กหนุ่มที่ชื่อ มาร์ติน ( แบร์รี่ เกอเก็น ) ลูกชายของอดีตคนไข้ของหมอสตีเว่นที่เสียชีวิตไปจากการผ่าตัดหัวใจ มาร์ตินเข้ามาในชีวิตของหมอสตีเว่นด้วยความสัมพันธ์ที่ดูลึกซึ้งและน่าสงสัย ก่อนที่ต่อมามาร์ตินนั้นดูเหมือนจะเข้าไปยุ่มย่ามกับชีวิตส่วนตัวและสมาชิกในบ้านของสตีเว่นขึ้นเรื่อยๆ และมันก็หนักข้อขึ้นจนกลายเป็นข้อต่อรองอันน่าหวาดหวั่นที่หมอมาร์ตินต้องหาทางแก้ไขซึ่งอาจจะต้องแลกมาด้วยชีวิต!!
 
โคลิน ฟาร์เรล และ นิโคล คิดแมน กลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่พบกันไปแล้วเมื่อกลางปีจาก Beguiled ทั้งฟาร์เรลและคิดแมนยอดเยี่ยมในบทของสองสามีภรรยาที่กำลังจะถูกเด็กน้อยเข้ามาทดสอบและมอบบทเรียนราคาแพง ส่วนแบร์รี่ เกอเก็น ในบทของเด็กหนุ่มที่เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่อง การแสดงของเขานั้นก็ไม่ได้ถูกกลืนหายไปเมื่อต้องปะทะกับสองซุปเปอร์สตาร์
 
เมื่อนำไปเทียบกับผลงานเรื่องก่อนหน้าอย่าง The Lobster จะพบว่า The Killing of a Sacred Deer ยังคงอุดมไปด้วยพฤติกรรมอันแปลกประหลาดของตัวละคร การตัดสินใจและพัฒนาการทางอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆจนรั้งไว้ไม่อยู่ และสถานการณ์พลิกผันสุดเหวอที่ทำให้ผู้ชมต้องคิดตามตลอดเวลา แต่จะต่างกันนิดหน่อยตรงที่ The Killing of a Sacred Deer นั้นไม่ค่อยมีช่วงผ่อนคลายให้ผู้ชมได้หยุดพักมากนัก อารมณ์ของหนังนั้นสร้างความกดดันให้กับคนดูมากขึ้นเรื่อยๆ คาแร็คเตอร์ตัวละครที่เริ่มต้นจากคนธรรมดากลายไปเป็นตัวละครที่น่าหวาดหวั่นและเผยอารมณ์ด้านมืดออกมาอย่างน่าขนลุก เมื่อบวกกับดนตรีประกอบสุดติสท์ที่สร้างความอึดอัดให้กับตัวหนังได้ตลอดการนั่งชม ทำให้มันคือประสบการณ์การดูหนังที่น่าตื่นตาตื่นใจในแบบที่เราอาจจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว