NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Only The Brave (คนกล้าไฟนรก)

Nov 20, 2017 / ดู 84 ครั้ง

เมื่อพิจารณาจากทีมงานและหน้าหนังแล้ว หลายคนอาจจะคาดหวังว่า Only The Brave ต้องมาพร้อมฉากแอ็คชั่นผจญเพลิงสุดตื่นเต้นลุ้นระทึกในแบบ Deepwater Horizon ( 2016 ) หรือแม้กระทั่งหนังดราม่าผจญเพลิงในยุคเก่าอย่าง Backdraft ( 1993 ) แต่เอาเข้าจริงๆ Only The Brave แทบจะไม่มีฉากตื่นเต้นเหล่านั้นเลย มันถูกแทนที่ด้วยการเข้าไปสำรวจความเป็นไปของตัวละครมากกว่า ( หนังสร้างจากเหตุการณ์จริง ) ซึ่งในที่นี้นักแสดงที่ถูกวางให้เป็นไฮไลท์หลักๆก็คือ จอช โบรลิน ในบทของ เอริค หัวหน้าหน่วยดับเพลิงท้องถิ่นในเมืองเพรสคอตของอริโซน่าที่ต้องการนำพาทีมดับเพลิงของตัวเองเข้าสู่การรับรองของรัฐบาลกลางเพื่อการเป็นหน่วยดับเพลงในขั้นสูงที่เรียกว่า “Hotshots” และอีกหนึ่งนักแสดงเด่นก็คือ ไมลส์ เทย์เลอร์ ในบทของ เบรนแดน หนุ่มขี้ยาที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองโดยการสมัครเข้ามาเป็นทีมดับเพลิงที่ต้องเผชิญกับความกดดันรอบด้าน นอกจากนี้ ผู้กำกับ โจเซฟ โคซินสกี้ ( Oblivion ) ยังได้ดาราระดับคุณภาพอย่าง เจฟฟ์ บริดเจส, เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่, แอนดี้ แมคโดเวลล์ และ เทเลอร์ คิตช์ มาสมทบทีมนักแสดงที่ช่วยมาเติมเต็มให้หนังน่าดูชมยิ่งขึ้นและบทของนักแสดงสมทบเหล่านี้ก็ไม่ได้มาแบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไป พวกเขามีแง่มุมและมิติของตัวเองที่ไม่ได้ถูกกลืนหายไปกับหนัง โดยเนื้อหาของหนังแล้ว นี่คือหนังดราม่าเรียกน้ำตาที่อิงมาจากเหตุการณ์จริงและมันก็เป็นเรื่องราวชีวิตของคนในอาชีพนักดับเพลิงที่คนอเมริกันมักจะยกย่องให้เป็นฮีโร่ของพวกเขา และผู้กำกับก็ทำมันออกมาได้ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่เลย
 
ในส่วนของความซับซ้อนของเนื้อเรื่องนั้น Only The Brave แทบจะเป็นเส้นตรงและไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แต่สิ่งที่หนังส่งถึงผู้ชมได้อย่างทรงพลังก็คือเรื่องราวชีวิตของแต่ละตัวละครในหนังที่มีความสมจริงและเกาะเกี่ยวสัมพันธ์กันเสมือนเราได้นั่งดูชีวิตครอบครัวที่ผูกพันกันภายใต้สถานการณ์ของไฟป่าที่เป็นฉากขายของเรื่อง และการได้นักแสดงคุณภาพมารับบทที่ค่อนข้างจะไม่มีอะไรแปลกใหม่นั้นได้ทำให้เห็นถึงศักยภาพของนักแสดงเหล่านี้ว่ารายละเอียดของการถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครนั้นสำคัญแค่ไหน
 
งานด้านภาพของ Only The Brave ซึ่งได้ผู้กำกับระดับออสการ์จาก Life of Pi อย่างคลอดิโอ้ มิแรนด้า นั้นก็จัดอยู่ในระดับที่เล่าเรื่องด้วยภาพแทนคำพูดได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อบวกงานวิช่วลเอฟเฟ็คต์สุดเนียนจากฝีมือของ ILM ( ผลงานเจ๋งๆอย่าง Doctor Strange, Hugo, The Revenant ) ทำให้หนังได้ภาพของเหตุการณ์ไฟป่าที่สมจริงและเหมือนได้เข้าไปร่วมชะตากรรมกับตัวละครตลอดทั้งเรื่อง
นอกจากงานดราม่าที่น่าประทับใจแล้ว Only The Brave ยังให้ผู้ชมได้เห็นวิธีการดับไฟป่าในแบบมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ผจญเพลิงผู้กล้าหาญ รวมถึงการต้องต่อสู้และพิสูจน์ตัวเองทีมงานเพื่อให้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ซึ่งหนังที่นำเสนอชีวิตของนักผจญเพลิงเช่นนี้นานๆจะมีฮอลลีวูดนำมาสร้าง นับว่าเป็นความสดใหม่ของเรื่องราวที่เราไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก ไม่ควรพลาด !!
 
It’s not about what’s standing in front of you.
It’s about who’s standing beside you.
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว