NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Thor Ragnarok (ศึกอวสานเทพเจ้า)

Nov 10, 2017 / ดู 95 ครั้ง

คนที่ไม่ค่อยจะอะไรเท่าไหร่กับหนังซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ประมาณว่ามีก็ดู ไม่มีก็ไม่เป็นไร ก็คงจะเฉยๆกับการกลับมาของธอร์ในครั้งนี้ เพราะไม่ว่าจะสร้างกันออกมากี่ภาค พวกเขาเหล่านั้นก็จะยังคงเข้าไปอุดหนุนหนังในฐานะที่มันก็เป็นแค่หนังเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับแฟนเดนตายของมาร์เวลคอมิกส์อย่างแท้จริงแล้ว คนกลุ่มนี้จะสนุกกับการจับโน่นโยงนี่มาคิดต่อ ต่อยอด และคาดเดากันไปอย่างเพลิดเพลิน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยจะอินังขังขอบกับหนังมาร์เวลสักเท่าไหร่นักก็คงจะรู้สึกว่ามันน่าหงุดหงิดใจสำหรับมุกตลกหรือประดาความสัมพันธ์ของตัวละครที่ขยันใส่เข้ามา ( จนบางทีก็ลืมไปว่านี่เรากำลังดูเรื่องอะไรอยู่ ? ) และมันคงจะเป็นอย่างนี้ไปอีกเรื่อยๆตราบใดที่การผูกโยงตัวละครต่างๆให้กลมกลืนกันเป็นจักรวาลเดียวกันนี้ยังคงเป็นสิ่งที่เรียกคนดูได้อยู่ของสตูดิโอซุปเปอร์ฮีโร่ที่มาแรงสุดแห่งยุคอย่างมาร์เวล
 
หลังจากสงครามของเหล่าอเวนเจอร์ใน Avengers : Age of Ultron ( 2015 ) เทพบุตรธอร์ ( คริส เฮมส์เวิร์ธ ) บุตรแห่งโอดิน ก็ได้กลับมายังดาวแอสการ์ด แต่เขานั้นต้องรับมือครั้งใหญ่กับเฮล่า ( เคท แบลนเช็ทท์ ) เทพีแห่งความตายซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของเทพโอดิน ซึ่งโซ่ตรวนแห่งพันธนาการที่มีมาอย่างยาวนานนั้นได้ถูกปลดปล่อยออกมาหลังเทพโอดินถูกเนรเทศออกนอกแอสการ์ด เฮล่าต้องการแย่งบัลลังก์คืนมาเป็นของเธอผู้เดียว เธอมีฤทธิ์เดชอันทรงพลังถึงขนาดบดขยี้ค้อนสายฟ้าของธอร์ให้แหลกคามือได้ เคราะห์กรรมได้ทำให้ธอร์ต้องไปอยู่ดาวอื่นและได้พบกับฮัลค์ ( มาร์ค รัฟฟาโล่ ) ทั้งสองต่อสู้กันในสนามประลองก่อนที่จะจับมือกันสร้างสงครามกับเฮล่าเพื่อยึดแอสการ์ดคืน นอกจากฮัลค์แล้ว ธอร์ยังรวบรวมเหล่าพันธมิตรในชื่อกลุ่ม รีเวนเจอร์ เพื่อล้างแค้นเฮล่า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโลกิ ( ทอม ฮิดเดิลสตัน ) น้องชายคู่ปรับตลอดกาลของธฮร์ที่มาร่วมวงภารกิจนี้กันแบบงงๆและชวนให้สงสัยในเจตนาที่แท้จริงอีกด้วย
 
Thor : Ragnarok ก็เหมือนกับหนังเรื่องอื่นๆในจักรวาลมาร์เวลที่พยายามจะเชื่อมโยงตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังต่างๆให้หมุนกันเป็นวงล้อเพื่อให้ผู้ชมสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ก็จะเห็นว่าเรื่องราวหลักๆใน Thor : Ragnarok นั้นก็พยายามที่จะย่อยให้ดูง่ายและเป็นสูตรสำเร็จที่สุด หนังไม่มีอะไรซับซ้อนมากไปกว่าที่ผู้ชมเคยเห็นจากหนังเรื่องอื่นๆของมาร์เวล และมันยังเปลี่ยนโทนจากซีเรียสจริงจังในภาคก่อนมาเป็นเบาสมองและยิงมุกตลกไม่ยั้งแม้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานหรือซีนที่ต้องการความเป็นดราม่า จึงทำให้หลายๆตอนของหนังถูกเบรคด้วยมุกตลกทั้งๆที่มันควรจะทำให้อารมณ์ของดราม่านั้นดูจริงจังมากกว่านี้ ซึ่งมุกตลกของหนังก็มีทั้งที่รอดและไม่รอด โดยเฉพาะการดึงมุกตลกเหล่านั้นมาเล่นสนุกกับนิสัยและคาแร็คเตอร์ที่ผู้ชมคุ้นเคยกันอยู่แล้ว
 
นักแสดงที่เป็นดาวเด่นในธอร์ภาคนี้คงต้องยกให้ เคท แบลนเช็ทท์ในบทเฮล่า เทพีแห่งความตาย ที่การแสดงในทุกฉากที่ปรากฎตัวนั้นสามารถสะกดผู้ชมให้อยู่ในเรื่องราวได้อย่างชะงัด ท่วงท่าน้ำเสียงและสีหน้าของอารมณ์ในโหมดต่างๆนั้นทำได้อย่างเด็ดขาด มีความเว่อร์วังในแบบของราชินีที่ทุกคนยำเกรงไม่ต่างจากที่เคยเห็นใน Elizabeth
 
นักแสดงคนอื่นๆรวมทั้งคริส เฮมส์เวิร์ธในบทธอร์นั้นก็ได้ส่วนที่เป็นแก๊กตลกมาช่วยหนุนให้บทของแต่ละคนมีเสน่ห์ในแบบฉบับที่ผู้สร้างตั้งใจ ส่วนด้านเทคนิคงานสร้างก็ดูจะเป็นจุดขายหลักของมาร์เวลไปแล้วซึ่งก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ามีอะไรที่แปลกใหม่มากนัก มันยังคงมาตรฐานเหมือนหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ผ่านๆมาของค่ายนี้ ( ที่มีทั้งเนียนตาและดูแปร่งๆ )
 
มาถึงตอนนี้เรียกได้ว่าตัวละครทุกตัวของมาร์เวลนั้นติดลมบนและสามารถเป็นเจ้าของบทนำเดี่ยวได้แล้วอย่างสบายๆ อยู่แค่ว่าจะมีกลวิธีในการนำเสนออย่างไรให้แปลกใหม่และไม่จำเจเหมือนอย่างที่ตอนนี้ใครหลายๆคนอาจจะกำลังรู้สึกบ้างแล้วว่ามันเริ่มมาถึงทางตันที่ทุกอย่างดูจะเหมือนๆกันไปหมด ไม่เหมือนช่วงแรกๆในตอนที่เริ่มรู้จักมาร์เวลสตูดิโอและสัมผัสได้ถึงเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่น่าจำจดมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว