NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Victoria and Abdul (ราชินีและคนสนิท)

Nov 07, 2017 / ดู 92 ครั้ง

คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำเรื่องราวจริงจากรั้วราชวงศ์มานำเสนอโดยอิงประเด็นความขัดแย้งทางศาสนาและสร้างมันออกมาในโทนเบาสมองที่ดูๆไปก็คล้ายกับเรากำลังนั่งชมส่วนผสมของดราม่าอันหนักหน่วงอย่าง Elizabeth (1998) แต่คลุกเคล้าด้วยส่วนผสมเบาๆชิวๆในแบบของ Shakespeare in Love (1998) ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นแม้มันจะไม่ใช่ผลงานที่สมบูรณ์ที่สุดของผู้กำกับสตีเฟ่น เฟรียรส์ แต่ก็ยังจัดว่าเป็นหนังที่คุณไม่ควรพลาดอยู่ดี
 
ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษที่ทรงครองราชย์นั้น มีเรื่องราวเล็กๆที่น่าประทับใจที่ถูกบันทึกลงในหนังสือของนักเขียนชาวอินเดีย ชราบานี่ บาซู ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของพระราชินีวิคตอเรียในบั้นปลายชีวิตกับ อับดุลคาริม หนุ่มมุสลิมเชื้อสายอินเดียจากเมืองอักรา ทั้งสองได้รู้จักกันจากการที่คาริมถูกเชิญให้ไปเป็นผู้ถวายเหรียญโฮเมอร์แด่พระราชินีวิคตอเรียที่พระราชวังบัคกิ้งแฮมในโอกาสที่ทรงครองความเป็นจักรพรรดินีของอินเดียในสมัยนั้น คาริมเดินทางมาที่พระราชวังแบบงงๆและต้องตั้งรับกับกฎระเบียบต่างๆของพระราชวัง แต่ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาและมีภาพลักษณ์ของชายที่ดูจริงใจ จึงถูกตาต้องพระทัยพระราชินี พระองค์จึงทรงให้แต่งตั้งคาริมเป็นครูสอนภาษาอูรดู (ภาษาของมุสลิมในอินเดีย) ความใกล้ชิดที่เกินธรรมดาของพระราชินีกับคาริมยังความสับสนงุนงงให้กับข้าราชการฝ่ายในที่ไม่ปลื้มในการรับชาวมุสลิมมารับใช้พระราชินี จึงเกิดความกระด้างกระเดื่องต่อองค์ราชินีของพวกฝ่ายในที่ปะทุขึ้นเรื่อยๆจนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายและซับซ้อนกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่คาริมนั้นถูกใส่ร้ายจนเกือบจะต้องถูกไล่ออกจากวัง แต่ความแน่วแน่ในพระทัยของราชินีวิคตอเรียที่เชื่อมั่นในตัวคาริมก็ได้ทำให้ทั้งคู่อยู่ดูแลกันจนวินาทีสุดท้าย
 
สตีเฟ่น เฟรียรส์ ผู้กำกับที่ช่ำชองในการทำหนังย้อนยุคมาอย่างโชกโชน หลีกเลี่ยงการนำหนังพีเรียดอิงประวัติศาสตร์มายัดเยียดคนดูในสไตล์หนังย้อนยุคในแบบที่เคยเห็น เพราะเขาไม่รอช้าที่จะเดินเรื่องไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเป็นหนังในยุคปัจจุบัน เราจะเห็นว่าบทภาพยนตร์แทบจะไม่ปูพื้นเรื่องราวของคาริมให้เสียเวลา หนังกระโจนเข้าสู่เส้นเรื่องหลักที่เป็นการพบกันระหว่างตัวละครนำทั้งสองอย่างรวดเร็วและแทรกมุขตลกจิกกัดสังคมชั้นสูงกับการตะเกียกตะกายของบรรดาตัวละครที่เป็นข้าราชการฝ่ายในออกมาได้อย่างตลกขบขัน เจ็บแสบและน่าอดสู ประเด็นของการแบ่งแยกชนชั้นและการดูถูกเหยียดหยามในการนับถือศาสนานั้นเรียกได้ว่าสะท้อนความจริงของโลกปัจจุบันได้อย่างเห็นภาพและปมขัดแย้งในหนังก็คลี่คลายไปได้อย่างสมเหตุสมผลด้วยนิสัยมุทะลุไม่ฟังใครของพระราชินีเอง แต่ผู้ชมจะสัมผัสได้ถึงความเป็นคนจริงใจของทั้งคู่ที่เหมือนชะตาฟ้าลิขิตให้มาพบกัน
 
Victoria & Abdul มีองค์ประกอบที่เพียบพร้อมสำหรับการเป็นหนังล่ารางวัลปลายปีอย่างไม่ต้องสงสัย การแสดงในระดับเข้าชิงออสการ์ได้สบายๆของเด้นช์ที่ยังคงเด็ดขาดในบทราชินี แม้เราจะเคยเห็นเธอในบทประมาณนี้มาแล้วจนชินตา แต่ทุกครั้งก็คือความแตกต่างที่สะกดผู้ชมได้เสมอ (เด้นช์เคยชิงออสการ์นำหญิงมาแล้วในบทพระราชินีวิคตอเรียใน Mrs.Brown ในปี 1997) หนังมาพร้อมทีมงานคอสตูมและโปรดักชั่นดีไซน์ในระดับออสการ์มาเอง และสกอร์ดนตรีอันละเมียดละไมจาก โธมัส นิวแมน ก็ผสมความเป็นสองวัฒนธรรมได้อย่างกลมกลืนน่าเพลิดเพลินอีกด้วย
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว