NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : IT โผล่จากนรก

Sep 12, 2017 / ดู 131 ครั้ง

ประเด็นของการก้าวข้าม “ความกลัว” นั้นมีให้เห็นกันบ่อยๆในหนังฮอลลีวูด และส่วนใหญ่ก็มักถ่ายทอดโดยการนำเอาตัวละครที่เป็นเด็กมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงช่วงวัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านของพวกเขาจากเด็กไปสู่วัยที่เติบโตขึ้น ใครที่เดินเข้าโรงเพื่อมาดู It และคาดหวังการได้เห็นความสยองขวัญแบบเต็มๆเหมือนอย่างที่เห็นในเทรลเลอร์อาจจะต้องหยุดคิดในระหว่างการนั่งชมและต้องตั้งสติปรับเปลี่ยนอารมณ์กันสักนิด เพราะหนังไม่ได้พาผู้ชมไปสู่ความสยองขวัญเพียงอย่างเดียว ( แม้ว่าจะมีฉากชวนกรี๊ดอยู่หลายฉากก็ตาม ) แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือการที่มันเป็นหนังที่เล่าถึงมิตรภาพ การก้าวผ่านช่วงวัย ( coming of age ) การเอาชนะความกลัว และจินตนาการของกลุ่มเด็กขี้แพ้ต่อความหวาดกลัวที่พวกเขากำลังเผชิญ ซึ่งผลลัพธ์โดยรวมนั้นมันให้ทั้งความบันเทิงและงดงามในเชิงศิลปะของการเป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
It สร้างมาจากนิยายของสตีเฟน คิงส์ ซึ่งเคยทำเป็นมินิซี่รี่ส์มาแล้วในปี 1990 มันเล่าถึงกลุ่มเด็กขี้แพ้กลุ่มหนึ่ง ที่รวมแก๊งค์ออกตามหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของ จอร์จี้ น้องชายของบิล ( เจเดน ลิเบอร์เฮอร์ ) ซึ่งเป็นหัวหน้าแกงค์ เด็กเหล่านี้ล้วนมีปมปัญหาที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าเป็นคนขี้แพ้ แต่เมื่ออยู่กันเป็นทีมพวกเขารู้สึกมีพลังและกล้าหาญ การปรากฏตัวของปิศาจตัวตลกที่ชื่อ เพนนีไวส์ ( บิล สการ์สการ์ด ) ทำให้บิลเชื่อว่านี่คือตัวการที่ลักพาตัวน้องชายของเขารวมถึงเด็กคนอื่นๆในเมืองนี้ที่ตายและหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาด้วย และเมื่อสืบเสาะดูก็พบว่าปิศาจเพนนีไวส์จะตามมาเอาชีวิตเด็กๆผู้หวาดกลัวในทุกๆ27ปี เขาและเพื่อนร่วมแก๊งค์จึงต้องหาทางกำจัดปิศาจร้ายนี้และพิสูจน์ตัวเองด้วยการเอาชนะความหวาดกลัวให้ได้
 
แม้ว่าการออกแบบปิศาจตัวตลกอย่างเพนนีไวส์จะแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นมินิซีรี่ส์ไปบ้างและหนังฉบับนี้ก็ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิมมากนักทั้งในส่วนของเจตนารมณ์ของหนังและการดำเนินเรื่อง แต่ความโชคดีสำหรับเวอร์ชั่นนี้ก็คือการได้กลุ่มนักแสดงเด็กที่ถ่ายทอดคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนของแต่ละคนออกมาได้อย่างน่าจดจำและข้อดีของการเลือกนักแสดงเด็กที่ค่อนช้างโนเนมทำให้รู้สึกสดใหม่และมีความเป็นธรรมชาติสูง ส่วนโปรดักชั่นและการออกแบบเสื้อผ้านั้นก็สอดคล้องไปกับช่วงเวลาและบุคลิกตัวละครอย่างยิ่ง
ความน่ากลัวของ It ไม่ได้มาในรูปลักษณ์ภายนอกของเพนนีไวส์ ( ที่จะปรากฏกายในลักษณะที่แตกต่างกันตามระดับความกลัวของเด็กๆ ) แต่น้ำหนักของความน่ากลัวจะมาจากจิตใต้สำนึกของตัวละครเด็กที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาในประสบการณ์ที่ต่างกันซะมากกว่า ทำให้ทุกคนได้สร้างภาพความหวาดกลัวของตัวเองขึ้นมาและส่งผ่านไปถึงผู้ชมได้ไม่ยาก และหนังก็สามารถนำสิ่งเหล่านี้ขับเคลื่อนไปพร้อมๆกับฉากสยองขวัญได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย
 
It จะกลับมาอีกครั้งในภาคหน้าเมื่อเด็กๆได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในช่วงวัยที่ผ่านไป27ปี และพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับเจ้าปิศาจเพนนีไวส์อีกครั้ง !!
 
“ If we stick together, all of us. We'll win.”
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว