NOW PLAYING
SONG
-
ARTIST
-
ARTICLES

ไปดูมาแล้ว : Silence (ศรัทธาไม่เงียบ)

Aug 23, 2017 / ดู 98 ครั้ง

การสร้างหนังที่มีประเด็นเกี่ยวโยงกับความศรัทธาในศาสนานั้นถือเป็นเรื่องที่เปราะบางและละเอียดอ่อนมาก แต่ผู้กำกับระดับตำนานอย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี่ ก็สามารถทำให้หนังศาสนาเนื้อหาแรงๆกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มองเห็นถึงความสำคัญของความศรัทธาบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงได้อย่างน่ายกย่อง
 
Silence ถูกดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของนักเขียน ชูซากุ เอนโดะ ที่มีฉากหลังเป็นเมืองนางาซากิของญี่ปุ่นที่ย้อนกลับไปในยุคสมัยกลางคริสตศักราช1600 เล่าผ่านมุมมองที่สกอร์เซซี่เองก็คงจะพิจารณาแล้วว่า แม้เนื้อหาและภาพในหนังจะส่งผลต่อความรู้สึกในขั้นรุนแรงและอาจจะเกิดข้อวิพากษ์ที่หนักหน่วงมากเพียงใด แต่ประเด็นที่หนังมอบให้นั้นจะต้องมีพลังมหาศาลต่อการมองกลับมายังโลกเราในทุกวันนี้ที่การปะทะกันทางความคิดและความเชื่อนั้นส่งผลร้ายต่อมนุษย์ร่วมโลกได้ง่ายมากๆจากเหตุผลเพียงเพราะความแตกต่างในสิ่งที่ศรัทธา
Silence เปิดเรื่องโดยย้อนไปประมาณ 300 กว่าปีในเมืองนางาซากิของญี่ปุ่นด้วยภาพของการลงโทษผู้ที่ศรัทธาในคริสต์ศาสนาซึ่งยังเป็นสิ่งต้องห้ามในประเทศญี่ปุ่น โดยมีมิชชันนารี่ เฟอร์เรร่า ( เลียม นีสัน ) เฝ้ามองกลุ่มชาวบ้านที่เลื่อมใสในศาสนาคริสต์กลุ่มนี้ที่ต้องถูกลงโทษอย่างทรมาน จากนั้นหนังก็ตัดสลับไปให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับสองมิชชั่นนารี่ชาวโปรตุเกส โรดริเกส ( แอนดรูว์ การ์ฟิล ) และ การ์รูเป้ ( อดัม ไดรเวอร์ ) ทั้งสองได้เดินทางมายังญี่ปุ่นเพื่อตามหาหลวงพ่อเฟอร์เรร่าและหวังจะเผยแพร่ศาสนาคริสต์ให้แผ่ขยายออกไปอีก แต่เมื่อมาถึงนางาซากิ ทั้งสองก็ต้องเจอกับบททดสอบที่ท้าทายความศรัทธาอันแรงกล้าของตัวเอง เมื่อพบว่าแผ่นดินนี้ไม่ได้ต้อนรับผู้เลื่อมใสในศาสนาคริสต์และหาทางกำจัดทุกคนที่ประพฤติตนนอกรีต ความศรัทธาที่พวกเขามีต่อพระเจ้าจึงกำลังจะถูกทดสอบ
 
ประเด็นหลักอันทรงพลังที่สุดเห็นจะเป็นการที่สกอร์เซซี่ได้ถ่ายทอดมุมมองของความศรัทธาที่มนุษย์มีต่อศาสนาที่ตัวเองนับถือผ่านความขัดแย้งในระดับสุดโต่งจนส่งผลให้เกิดเรื่องราวอันน่าเศร้าตามมา บทหนังปล่อยให้ผู้ชมเป็นผู้ตัดสินด้วยตัวเองจากสิ่งที่ตัวละครทำลงไป และเย้ยหยันอย่างเจ็บแสบเมื่อตัวละครของโรดริเกสได้ร้องขออ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าให้ช่วยปลดปล่อยความทุกข์ที่ทนรับต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงแค่ความเงียบงันจากเบื้องบน!
 
ความยาวกว่า 2 ชั่วโมง 40 นาที ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการนั่งชมเลย การเล่าเรื่องที่ผสานด้วยเทคนิคงานสร้างที่กลมกลืนสมจริงทำให้รู้สึกว่าเวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว งานด้านภาพอันโดดเด่นของ โรดริโก้ ปริเอโต สวยงามราวกับภาพวาดโบราณที่สะกดผู้ชมได้ทุกฉาก ดนตรีประกอบที่เลือกใช้ความเงียบงันและเสียงของลมและต้นไม้ใบหญ้าช่วยเพิ่มอารมณ์ในหนังให้โดดเด่นขึ้นไปอีก การแสดงอันโดดเด่นจากสามนักแสดงหลักจากฟากฮอลลีวูดอย่าง นีสัน การ์ฟิลและ ไดรเวอร์ ทำให้ผู้ชมเทใจให้กับนักแสดงสามคนนี้ได้ในทุกฉาก ซึ่งก็รวมถึงนักแสดงจากฟากญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยตัวละครที่มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องทั้งสิ้น สกอร์เซซี่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเด็ดขาดแค่ไหนในการแจกแจงรายละเอียดของตัวละครและการกำกับนักแสดงญี่ปุ่นที่ทำให้ทุกตัวละครมีความโดดเด่นและมีเลือดเนื้อที่ผู้ชมพร้อมจะทำความเข้าใจแม้จะเลือกศรัทธาในสิ่งใดก็ตาม
 
น่าเสียดายที่ Silence เข้าฉายในบ้านเราด้วยโรงและรอบฉายที่จำกัดมากๆ และกระแสที่เงียบเชียบสมชื่อหนังก็คงจะถูกถอดออกจากโปรแกรมภายในเวลาอันรวดเร็ว..เหมือนเคย
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว